10 ค็อกเทลสูตรของราชาปิศาจ ที่ควรลองสักครั้ง

10 ค็อกเทลสูตรของราชาปิศาจ ที่ควรลองสักครั้ง

ค็อกเทลถือเป็นเครื่องดื่มอีกชนิดที่นิยมมีอยู่ในงานสังสรรค์ไม่น้อย ซึ่งความน่าสนใจของค็อกเทลมันอยู่ที่รสชาติในการผสมผสานสูตรส่วนผสมต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งมันก็มีค็อกเทลอยู่ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ค็อกเทลสูตรราชาปีศาจ ว่าแต่จะเป็นอย่างไรกันบ้างลองมาทำความรู้จักกันดู 10 ค็อกเทลสูตรราชาปีศาจ Black Devils Martini – ใช้แก้วมาร์ตินี่ทำขอบแก้วให้เปียกด้วยมะนาว จากนั้นคว่ำลงในถาดที่มีน้ำตาลส้ม ผสมเหล้ารัมสีดำ เหล้าดรายเวอร์มุธคนให้ได้ที่ แล้วเทใส่แก้วที่แช่เย็นเอาไว้ แต่งด้วยมะกอกดำ Blood Sucker – ผสมเหล้าส้ม บาร์คาดี้ พร้อมกับน้ำสับปะรด เทลงกระบอกเชคเกอร์พร้อมน้ำแข็ง เขย่าให้ได้ที่ เทลงแก้ว เอาหลอดจุ่มน้ำราสเบอร์รี่หยดลงในแก้วให้คล้ายๆ หยดเลือดจากแวมไพร์ Bloody Brain Shooter – ใส่ว็อดการ์กับน้ำมะนาวลงในกระบอกเชคเกอร์ จากนั้นเขย่าแล้วเทลงแก้วช็อต ใช้หลอดหยดครีมไอริชลงด้านบน เอาหลอดจุ่มน้ำมะนาวมาหยุดอีกที ลักษณะที่ออกมาจะคล้ายๆ สมอง Zombie Cocktail – ผสมเหล้ารัมขาว เข้ม บรั่นดี ในกระบอกเชคเกอร์ เติมมะนาว น้ำเชื่อมทับทิม จากนั้นเทลงแก้วทรงสูงใส่น้ำแข็งบดเล็กน้อย เทน้ำส้มกับเหล่ารัมบาร์คาดี้ลงไป ตกแต่งด้วยเชอร์รี่กับชิ้นส้ม จะดูน่ารักแต่โหดร้ายมากๆ Vampire Cocktail – เทไอศกรีมวนิลา ทริปเปิ้ลเชค เหล้าหวานสีขาว เข้าด้วยกัน เทใส่แก้วค็อกเทล แล้วเอาน้ำเชื่อมทับทิมแดงมาหยดรอบๆ คล้ายเลือดที่หยดลงมา Milky Way Martini – เท สตาร์บัค ครีม ลิควัย เหล้าว็อดก้าช็อกโกแล็ต ครีม ลงกระบอกเชคเกอร์พร้อมน้ำแข็ง เขย่าให้เข้ากัน แล้วเทใส่แก้วมาร์ตินี่ รับรองว่าหนักหน่วงแบบสุดๆ ไปเลยทีเดียว Blood Orange Margaritas – อาแก้วมาร์ตินี่มาจากนั้นถูกขอบแก้วด้วยมะนาว คว่ำแก้วลงในถาดโรยเกลือ เทน้ำส้มคั้นสดสีแดง เตกีล่า ทริปเปิ้ลเซค หรือ เหล้าส้ม ลงไปในกระบอกเชคเกอร์ เขย่าให้ได้ที่ เทใส่แก้วที่เตรียมไว้แต่งด้วยชิ้นส้ม Little Devil – เทเหล้ารัม เหล้าจิน ทริปเปิ้ล เซค น้ำมะนาว ลงกระบอกเชคเกอร์ Read more »

มาร์การิต้า ค็อกเทล สาวหวาน ซ่อนเปรี้ยว

มาร์การิต้า ค็อกเทล สาวหวาน ซ่อนเปรี้ยว

ค็อกเทล เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักดื่มและนักชงอย่างบาร์เทนเดอร์ทั่วโลก การผสมสูตรใหม่ๆออกมาเป็นสิ่งที่แตกต่างไม่รู้จบนี่แหละเป็นเสน่ห์ของค็อกเทลเลย นอกจากนั้นการสั่งค็อกเทลในสูตรที่เราชอบมากินก็เป็นการบ่งบอกเอกลักษณ์ นิสัย ตัวตน หรือ อารมณ์ของเราตอนนั้นได้เป็นอย่างดี มาร์การิต้า เหตุเกิดจากความบังเอิญ สูตรค็อกเทลที่เราแนะนำกันมาในวันนี้ถือว่าเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับสาวๆเป็นอย่างมากเนื่องจากว่า เหล้าไม่เยอะ ดื่มแล้วไม่เมา นั่นคือ มาร์การิต้า สูตรผสมค็อกเทลที่มีต้นกำเนิดจากบาร์เทนเดอร์นามว่า Pancho Morales จาก ซานฟรานซิสโก โน่นเลย เค้าเจอลูกค้าสาวสั่งค็อกเทลสูตรหนึ่ง ซึ่งเค้าไม่รู้จักทำให้เค้าต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา ปรากฏว่าถูกใจลูกค้าและแพร่หลายเรื่อยมา มาร์การิต้า หวานซ่อนเปรี้ยว รูปลักษณ์ของมาร์การิต้า นั่นถือว่าสวยสดใสทีเดียว น้ำสีเขียวอ่อนจางๆ ดูเหมือนไม่มีพิษภัยอะไร ด้านบนมีการติดชิ้นเนื้อมะนาวด้วยเพื่อความสวยงามทีเด็ดอยู่ที่การปาดขอบแก้วด้วยเกลือ พอดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกสดชื่นจากมะนาว ความเค็มของเกลือทำให้รสชาติปะแล่มๆปะทะ เข้ามา ตบท้ายด้วยความร้อนวูบวาบเหมือนดั่งไฟของเหล้าทำให้มาร์การิต้า หากจะเปรียบเป็นหญิงสาวก็คงจะมีนิสัยที่หวานนิด สดใสร่าเริง แต่ซ่อนความเปรี้ยว และความร้ายกาจที่พร้อมจะทำได้ทุกอย่างไว้อยู่ข้างใน ส่วนผสมของ มาร์การิต้า อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราไปเตรียมตัวทำ มาร์การิต้า กันเลยดีกว่า ส่วนผสมก็ถือว่าหาไม่ยากเท่าไร หากผสมเพียงแค่ 1 แก้วก็ตามนี้เลย เริ่มจากน้ำแข็ง น้ำมะนาว 3/4ออนซ์ ชิ้นมะนาวสด 1 ชิ้น เหล้า Triple sec หรือเหล้า Cointreau 1 ออนซ์ และเหล้า Blanco tequila ปริมาณ 1.5 ออนซ์ พอครบแล้วก็เริ่มทำได้เลย วิธีการทำ มาร์การิต้า สำหรับวิธีการทำ มาร์การิต้านั้น ถือว่า ไม่ยากเลย บาร์เทนเดอร์ มือใหม่ หรือ มือเก๋าก็ทำได้สบายๆ เริ่มจากนำเอาส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ เทลงไปในกระบอกเช็ค (น้ำแข็งอย่าใส่เยอะเดี๋ยวไม่เข้มข้น) จากนั้นก็เขย่าจนได้ที่ส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็เทลงในแก้วที่เตรียมไว้ได้เลย เสร็จแล้ว แต่ว่าที่แก้วอาจจะมีทริคนิดหน่อยคือการเติมเกลือลงไปที่ขอบแก้ว วิธีการทำก็เอาชิ้นมะนาวไปรูดขอบแก้วสักรอบหนึ่ง จากนั้นก็เอาไปคว่ำบนเกลือที่เตรียมไว้ แล้วก็นำส่วนผสมเทใส่แก้ว พร้อมเสิร์ฟได้เลย เห็นไหมว่าไม่ยาก ใครๆก็ทำได้ สาวๆคนไหนจะปาร์ตี้ในกลุ่มแล้วยังไม่รู้จะเตรียมอะไรดี ลองไปทำดูนะ

Cuba Libre สูตรการทำ Cocktail ที่เราคุ้นเคย

Cuba Libre สูตรการทำ Cocktail ที่เราคุ้นเคย

เชื่อว่าคอเหล้าทั้งหลายมักจะมีนิสัยการดื่มที่เหมือนกัน ทุกคนจะมีสูตรการกินเหล้า ผสมเหล้าในแบบที่ตัวเองชื่นชอบอยู่แล้ว สูตรหนึ่งที่เชื่อว่าคนกินเหล้าหลายคนเคยผ่านมา ต้องเป็นการนำเหล้าไปผสมกับโค้กอย่างแน่นอน เพื่อว่าจะได้ไม่เข้มมาก(หรือเปล่า) ผู้เขียนเองก็เคยผ่านมาเหมือนกัน พอนึกถึงแล้วทำให้เรามีไอเดียจะนำเสนอค็อกเทลสูตรนี้ขึ้นมา Cuba Libre เหมือนผสมโค้ก แต่ไม่ใช่ สูตรการทำค็อกเทลที่ว่านี่ชื่อว่า Cuba Libre ที่รูปร่างหน้าตาก็เหมือนกับการนำเหล้ามาผสมโค้กแบบบ้านเราดีๆนี่เอง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากหากจะเอาตามสูตรเป๊ะๆแล้วยังต้องมีวัตถุดิบอื่นใส่ลงไปอีก ส่วนเรื่องของรสชาติต้องบอกว่าถ้าได้ทานแล้วก็จะรู้สึกคุ้นเคยดี แต่มีรสเปรี้ยวแหลมออกมา ที่ทำให้บางคนอาจจะบอกว่ามันไม่เข้ากันเลย แต่บางคนอาจจะบอกว่ามันปะแหล่มดี แปลกดีก็ได้แล้วแต่ลิ้นและรสนิยม Cuba Libre ต้นกำเนิดจากดินแดนห่างไกล สูตรการทำ Cuba Libre นี้หากเข้าไปดื่มในบาร์ของประเทศ อเมริกา,แคนนาดา,อังกฤษ , ไอร์แลนด์ อินเดียหรืออีกหลายประเทศมันจะมีอีกชื่อหนึ่งว่า Rum and Coke ต้นกำเนิดของสูตรค็อกเทลนี้มีหลายความคิดแตกต่างกันไป ขอยกมาสักหนึ่งอย่างก็แล้วกัน เค้าเชื่อกันว่าสูตรนี้คิดค้นขึ้นเมื่อปี 1901-1902 ในช่วงสงครามระหว่างสเปน กับอเมริกา ได้มีการเผยแพร่สูตรนี้ด้วย พอกินแล้วอร่อยดีก็เลยกินตามกันเรื่อยมา Cuba Libre ส่วนผสมมีอะไรบ้าง มาดูกันที่ส่วนผสมของสูตรค็อกเทล Cuba Libre ตัวนี้กันดีกว่า ถือว่าหาไม่ยากเท่าไร เริ่มจากตัวหลักอย่าง เหล้ารัมขาว ปริมาณ 1.5 ออนซ์, โคคา-โคล่า (โค้ก) ปริมาณ 3 ออนซ์, น้ำมะนาวสด 1 ช้อนชา, ชิ้นมะนาวหั่น 1 ชิ้น แล้วก็น้ำแข็งด้วย เห็นรายชื่อส่วนผสมแล้ว น่าจะไม่ทำให้ปวดหัวนะ Cuba Libre วิธีการทำง่ายแบบสุดๆ Cuba Libre เป็นสูตรค็อกเทลที่ถือว่าทำง่ายที่สุดอันหนึ่งแล้ว วิธีการไม่มีอะไรเลย เพียงแค่เราเตรียมแก้วไว้ จากนั้นก็เทส่วนผสมลงไป คนให้เข้ากัน ตกแต่งด้วยชิ้นมะนาวสด ก็เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนเรื่องแก้วมีการใช้สองแบบคือแก้วค็อกเทลจะใส่แต่ส่วนผสมไม่ใส่น้ำแข็ง สองจะใช้แก้วแบบทั่วไปแต่ใส่น้ำแข็งลงไปด้วย ถือว่าเป็นสูตรค็อกเทลอีกรูปแบบหนึ่งที่บอกได้เลยว่า กินได้เรื่อยๆ ไม่ทำให้เราฟุบได้ง่าย ใครที่อยากจะอัพเกรดการกินเหล้าผสมโค้ก มาเป็นแบบนี้ก็ลองดูได้ น่าจะได้รสชาติที่แปลกใหม่อีกทางหนึ่ง

เรียบ เนี๊ยบ หรู นิยามสูตร ค็อกเทล วอดก้า มาร์ตินี่

เรียบ เนี๊ยบ หรู นิยามสูตร ค็อกเทล วอดก้า มาร์ตินี่

คราวที่แล้วเล่าถึงสูตรการทำว็อดก้า สำหรับสาวๆกันไปแล้ว วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศเอาใจหนุ่มกันบ้าง บางครั้งการสั่งค็อกเทลตามบาร์ต่างๆก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้สาวๆ มองเราได้เหมือนกัน จึงเป็นที่มาของสูตรการทำค็อกเทลที่น่าจะเป็นตัวแทนของยอดนักสืบสายลับระดับโลก เจมส์ บอนด์ 007 อย่าง วอดก้า มาร์ตินี่ วอดก้า มาร์ตินี่ ตัวแทนของบอนด์ เชื่อว่าไม่ว่าเพื่อนจะเป็นคนที่ชื่นชอบการดูหนังหรือเปล่า แต่สายลับ 007 อย่าง เจมส์ บอนด์ น่าจะเป็นหนึ่งในหนังที่เราต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง แม้ว่าจะ บอนด์ จะออกมากี่ภาคก็ตาม อย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของบอนด์ เลยก็คือ การสั่งวอดก้า มาร์ตินี่ ที่เค้ามักจะสั่งทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นยามสุข เศร้า เหงา จนกลายมาร์ตินี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของบอนด์ไป เรียบ หรู ดูแพง แถมแรงพอตัว มาร์ตินี่นั้น เอาเข้าจริงไม่ได้มีเพียงแค่วอดก้า มาตินี่แต่เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายสูตรเยอะแยะไปหมด อย่างเช่น ดราย มาตินี่ ,เตกีล่า มาร์ตินี่,รัม มาตินี่, เลมอนเชโล่ มาร์ตินี่ หรือ บลู มาร์ตินี่ เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหน สิ่งหนึ่งที่สูตรค็อกเทลพวกนี้ให้เหมือนกันหมดก็คือ การแสดงออกถึง ความเรียบง่าย แต่หรู ดูดีแบบไม่ต้องทำอะไรมาก ที่สำคัญหน้าตาดูไม่มีพิษภัยอย่างนี้แหละ ตัวอันตรายเลย ไม่ว่าจะสูตรไหนความแรงจัดว่า เยี่ยมเลย อาจล้มได้โดยไม่รู้ตัว ส่วนผสมตัวแรงทั้งนั้น ที่ต้องบอกว่าอันตรายนั้น เนื่องจาก มาร์ตินี่ เกือบทุกสูตรมักจะมีส่วนผสมตัวแรงทั้งนั้น อย่างวอดก้า มาร์ตินี่ของเราในวันนี้ จะมีส่วนผสมก็คือ วอดก้า 1.5 ออนซ์, ดราย เวอร์มุธ ½ ออนซ์ (ใครชอบความแรงแนะนำจัดไปเลยที่ ¾ ออนซ์), มะกอกดอง สัก 1-3 ลูก (ขาดไม่ได้เลยไม่งั้นไม่ใช่วอดก้า มาร์ตินี่) และ น้ำแข็งประมาณ ½ ถ้วย ไม่ต้องเอามาเยอะ วิธีการทำที่ไม่ยุ่งยากเท่าไร เมื่อจัดเตรียมส่วนผสมเสร็จแล้วก็มาเริ่มทำกันเลย เริ่มต้นที่นำส่วนผสมทุกอย่างมารวมกันในกระบอกเช็ค จากนั้นก็เขย่า ตรงนี้เน้นว่าต้องสังเกตุว่าความเย็นมันกระจายไปทั่วกระบอกแล้วหรือยังถ้าได้แล้วก็พอ จากนั้นก็เทใส่แก้ว แล้วเติมด้วยมะกอกดองก็เป็นอันเรียบร้อย Read more »

Cocktail คืออะไร นักดื่มรู้จัก หรือเปล่า

Cocktail คืออะไร นักดื่มรู้จัก หรือเปล่า

เครื่องดื่มสำหรับกิจกรรมงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง หรืองานไหนๆก็ตาม ถือว่าเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นสีสันของงานได้เลย บางคนชอบดื่มเหล้า บางคนชอบดื่มเบียร์ บางคนชอบดื่มไวน์ และอีกสารพัดสูตรที่คิดค้นกันขึ้นมา เหมือนกับเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่เราเรียกกันแบบเหมารวมว่า Cocktail อ่านว่า ค็อกเทล หากจะให้เอ่ยชื่สูตรเชื่อว่านักดื่มมีในใจแน่นอน แต่ถามว่ามันมาจากไหน หลายคนอาจจะส่ายหัวแล้วก็กินต่อไป(ฮา) Cocktail คืออะไร สำหรับน้องหน้าใส วัยรุ่น อาจจะแค่เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง ว่า ค็อกเทล แต่อาจจะไม่เคยรู้เลยว่ามันคืออะไร เครื่องดื่มชนิดนี้ถ้าจะให้นิยามแบบง่ายๆ ก็คือ สูตรในการผสมเหล้าให้มีรสชาติ สีสัน หรือ มีลูกเล่นแตกต่างไปจากเหล้าเดิมๆที่รินออกมาจากขวดนั้นแหละ ซึ่งสูตรในการผสมก็มีหลากหลายรูปแบบไม่รู้จบ Cocktail ต้นกำเนิดมาจากไหน Cocktail มันมีต้นกำเนิดมาจากไหน คำถามนี้ตอบยากมากเลย ส่วนตัวเชื่อว่า ค็อกเทล มันก็น่าจะเกิดมาใกล้เคียงหรือพร้อมกันกับเหล้า หรือสุรา นั่นแหละ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าค็อกเทลมีต้นกำเนิดมาจากไหน แต่ประวัติหนึ่งที่พอจะอนุมานได้ว่าเป็นค็อกเทลยุคแรกเริ่ม ต้องย้อนไปยุคศตวรรษที่ 14 ในประเทศฝรั่งเศสโน่นเลยที่นั่นมีการผสมเครื่องดื่มที่เรียกกันว่า ก็อกแตล ประกอบไปด้วย เบียร์ เหล้า น้ำผึ้ง เขย่ารวมกันออกมาเป็นเครื่องดื่ม จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมาจนหยิบ ไวน์ เหล้า เครื่องเทศ น้ำตาล น้ำผลไม้ มาผสมผสานกัน ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเดินทางไปร่วมรบกับสหรัฐอเมริกา ก็ได้นำเครื่องดื่มลักษณะนี้ไปเผยแพร่ด้วย ผลปรากฏว่าได้รับความนิยมมาก ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้แพร่หลายมาก จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้แหละ ส่วน ก็อกแตล ในภาษาฝรั่งเศสก็เพี้ยนเรื่อยมาจนกลายเป็น ค็อกเทล ในทุกวันนี้นั่นเอง จุดเด่นของค็อกเทล เครื่องดื่มแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ หรือไวน์ ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่าง ค็อกเทลเอง จุดเด่นน่าจะอยู่ที่เรื่องของรสชาติที่พลิกผันได้หลากหลายไม่รู้จบ ขึ้นอยู่กับส่วนผสม วิธีการผสมของบาร์เทนเดอร์แต่ละคน ที่แม้ว่าจะมีชื่อเรียกที่เหมือนกัน แต่บาร์เทนเดอร์ผสมคนละคนกัน ก็ทำให้รสชาติแตกต่างกันแล้ว แก้วและวิธีการเสิร์ฟ ไม่เพียงแค่เรื่องของรสชาติเท่านั้นที่แตกต่าง แก้วค็อกเทลก็แตกต่างไปด้วย โดยแก้วค็อกเทลเป็นสิ่งที่ไม่กฏอะไรตายตัวเลย บางครั้งก็อาจจะเป็นกรวยทรงกรวยมีฐาน บางครั้งก็เป็นแก้วทรงห้าเหลี่ยม บางครั้งก็เป็นแก้วทรงสูง หรือแบบอื่นๆอีกมากมายขึ้นอยู่กับสูตรที่เราผสม นอกจากนั้นยังตกแต่งขอบแก้วหรือชิ้นผลไม้ตามสูตรของแต่ละคน อ้อเรื่องของสีก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้ค็อกเทลดูแตกต่างกันไปด้วย บางสูตรก็เป็นสีแดง สีฟ้า สีเขียว สีส้ม หรืออื่นตามต้องการ ส่วนเรื่องกินแล้วเมาไหม อันนี้ขึ้นอยู่กับคอของแต่ละบุคคลแล้ว Read more »